SHURE Microphone Promotion 2009 WIRELESS-MIC. & WIRED-MIC. จาก SHURE ผู้นำด้าน Microphone ที่เป็นตำนานมากกว่า 80 ปี กับเทคโนโลยีไร้สายล่าสุด พร้อมให้มืออาชีพเช่นคุณ WIRELESS-MIC. Promotion PG24E / PG58 -R12 จากราคา 24,900 —>12,900 PG14E – R12 จากราคา 23,900 —>11,900 Free!! PG185 or PG30 x 1 PGX24E / SM58 -R14 จากราคา 33,900 —>23,900 NEW!!PG14E – R12 จากราคา 23,900 —>11,900 Free!! PG185 or PG30 x 1 NEW!!PGX14E [...]
หลาย ๆ คนสงสัยนะครับว่า เวลาอ่าน สเป็กของเครื่องเสียงโดยเฉพาะลำโพง จะมีค่า dB กำกับอยู่แต่ไม่รู้ว่า มันหมายถึงอะไร? อยากจะศึกษาแต่ก็เป็น อะไรที่วิชาการมากเกินไป โพสนี้ก็จะมาอธิบายเรื่องของ dB อย่างง่าย ๆ ให้เข้าใจกันครับ dB นะครับว่ากันง่าย ๆ เลยก็คือหน่วยวัด ความดังของเสียงครับ ตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือ เราเรียกมะม่วง เป็นจำนวนลูก, ความร้อนเป็น 40 องศา ความดังของเสียงเราก็เรียกกันว่า มีความดังกี่ dB นั่นเองครับ ทีนี้บางคนรู้แล้วว่าความดังของเสียงมีหน่วยเป็น dB แต่ว่า เวลาเราอ่านสเป็กของลำโพงแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ลำโพงที่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ 100dB กับลำโพงที่ทำได้ 103dB มันดังต่างกันมากเท่่าไร? นี่เลยครับวิธีคิดอย่างง่าย ปริมาณลำโพงเพิ่มขึ้น 1 เท่า = ปริมาณ dB ที่เพิ่มขึ้น 3dB จากตัวอย่างข้างบนนะครับแสดงว่าถ้าเราเปรียบเทียบลำโพง สองตัวคือตัวหนึ่งทำได้ 100 dB กับอีกตัวที่ทำได้ 103 dB [...]
เรามาคุยกันต่อเรื่อง dB กันนะครับ ระยะทางไกลขึ้น 1 เท่า = ความดังของเสียงลดลงไป 6dB โดยธรรมชาติอยู่แล้วนะครับ ยิ่งอยู่ไกลออกไปเสียงก็จะยิ่งเบาลงเรื่อย ๆ ตามอัตราส่วนข้างบนครับ เช่น ถ้าเรายืนห่างจากหน้าตู้ลำโพง 2 เมตร ได้ยินเสียง 100dB เราเดินถอยออกไปเป็น 4 เมตร ก็จะได้ยินเสียงเบาลงไป 6dB เหลือ 94dB นั่นเองครับ พลังงานเพิ่มขึ้น 1 เท่า = ความดังเพิ่มขึ้น 3dB อันนี้หมายถึงพลังงานของ Amp ที่จ่ายให้กับลำโพงครับ ถ้าเราใช้ Amp 500W จ่ายพลังงานให้กับลำโพงตัวหนึ่ง ได้ความดัง 100dB เราต้องใช้ Amp 1,000W จ่ายพลังงานให้กับลำโพงตัวเดียวกันเพื่อที่จะให้ได้ความดังเพิ่มขึ้น 3dB นั่นเองครับ แต่สำหรับกรณีที่จะใช้จริงนี้ เราต้องดูลำโพงของเราด้วยนะครับ ในสเป็กว่าเขียนไว้ว่ารับกำลังได้สูงสุดกี่ watt ไม่อย่างงั้นแล้วลำโพงเราก็จะพังได้ครับ [...]
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับการใช้งาน หรือแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลนะครับผม คือเราต้องรู้ระบบการทำงานของทั้งสองอุปกรณ์นี้ก่อนคับแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะต่ออันไหนก่อนอันไหนหลัง EQ เป็นตัวปรับโทนของเสียง หมายถึงเสียงสูงเสียงต่ำ ส่วน Compressor นี้เป็นตัวปรับระดับความดังเบา และน้ำหนักของเสียงครับ แต่ถ้าจะใช้ Compressor&Limiter เพื่อป้องกันระบบเครื่องเสียงขอเราไม่ให้สัญญาณเกินจนทำให้เครื่องมือเสียหาย ก็ต้องต่อเป็นตัวสุดท้ายก่อนออกไปเข้า Amp ครับ เพราะถ้าเราปรับสัญญาณความถี่หรือความดังมากเกินไป compressor/ limiter จะเป็นตัวสุดท้ายที่จะ กดและลิมิตเสียงไว้ไม่ให้เกินออกไปทำให้ระบบของเราเสียหายได้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องปรับให้ถูกต้องด้วยนะครับ [...]
การทดสอบโยนไมค์ Shure SM57, 58 จากชั้น 7 ของสำนักงานใหญ่ บริษัท Shure เพื่อโชว์ความอืด!!! มาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันครับ [...]